บริการอัพเดทข่าวสารและความรู้ด้านกฎหมาย

เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎหมายของภาคธุรกิจ KN Inter Law และ LawMai Compliance ได้ร่วมมือกันพัฒนา "บริการรายงานความเคลื่อนไหวและแจ้งเตือนกฎหมายธุรกิจ"

ทำไมต้องรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

1การป้องกันความเสี่ยงและลดความเสียหาย (Risk Mitigation) 

การรู้และปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) อย่างเคร่งครัด  เช่น กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กฎหมายแรงงาน หรือกฎหมายภาษี ช่วยป้องกันข้อพิพาท ค่าปรับทางแพ่งและอาญา หรือการถูกระงับการดำเนินกิจการ ซึ่งความเสียหายเหล่านี้มักมีมูลค่าสูงกว่าต้นทุนในการทำธุรกิจให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

💥 ตัวอย่างความเสียหาย หากธุรกิจเก็บข้อมูลลูกค้าแล้วทำข้อมูลหลุดรั่ว โดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA บริษัทอาจโดนโทษปรับสูงสุดถึง 5 ล้านบาท และอาจถูกลูกค้าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายแพ่งเพิ่มเติม หรือกรณีการเลิกจ้างพนักงานโดยไม่เข้าใจกฎหมายแรงงาน อาจทำให้บริษัทต้องจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมหลักแสนถึงหลักล้านบาทโดยไม่จำเป็น

2. การปกป้องผลประโยชน์ผ่านนิติกรรมสัญญาที่รัดกุม ความเข้าใจกฎหมายช่วยให้ธุรกิจสามารถออกแบบและร่างสัญญาที่รัดกุม อุดช่องโหว่ และเหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจของตนเอง แทนการใช้สัญญาสำเร็จรูป

💥 ตัวอย่างความเสียหาย ธุรกิจไปดาวน์โหลด “แบบฟอร์มสัญญาจ้างผลิต” ฟรีจากอินเทอร์เน็ตมาใช้กับโรงงาน เมื่อโรงงานผลิตสินค้าไม่ได้คุณภาพหรือส่งงานล่าช้ากว่ากำหนด ปรากฏว่าในสัญญาไม่มีข้อกำหนดเรื่องการปรับหรือการบอกเลิกสัญญาที่ชัดเจน ทำให้ธุรกิจไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายหรือบังคับให้โรงงานรับผิดชอบได้เลย ต้องเสียทั้งเงินต้นทุนและเสียเครดิตกับลูกค้าที่รอรับสินค้า

3. การรักษาความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ (Trust & Credibility) ธุรกิจที่โปร่งใสและปฏิบัติตามกฎหมายย่อมได้รับความไว้วางใจ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการร่วมพาร์ทเนอร์หรือดึงดูดนักลงทุน

💥 ตัวอย่างความเสียหาย บริษัทสตาร์ทอัพกำลังจะตกลงรับเงินร่วมลงทุน (Fundraising) หลักร้อยล้านบาท แต่เมื่อนักลงทุนส่งทีมกฎหมายเข้ามาตรวจสอบสถานะกิจการ (Due Diligence) แล้วพบว่า บริษัทไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โครงสร้างหุ้นไม่ถูกต้อง หรือดำเนินธุรกิจโดยขาดใบอนุญาตที่จำเป็น ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นและยกเลิกการลงทุนทันที ทำให้ธุรกิจสูญเสียโอกาสเติบโตอย่างมหาศาล

4. การไม่เสียเปรียบและสูญเสียโอกาสทางการแข่งขัน กฎหมายมีส่วนที่ออกมาเพื่อส่งเสริมธุรกิจ เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือการส่งเสริมการลงทุน หากไม่รู้กฎหมายในส่วนนี้ ธุรกิจก็จะแบกรับต้นทุนที่สูงกว่าคู่แข่ง

💥 ตัวอย่างความเสียหาย (สูญเสียโอกาสและเงินทุน) บริษัทพัฒนาระบบซอฟต์แวร์แห่งหนึ่งไม่ทราบว่าตนเองเข้าข่ายได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) หรือสิทธิในการลดหย่อนภาษีจากการทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ทำให้บริษัทต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเต็มจำนวนมาตลอดหลายปี ในขณะที่คู่แข่งที่รู้กฎหมายสามารถนำสิทธิประโยชน์เหล่านี้ไปยกเว้นภาษี และนำเงินที่เหลือไปทุ่มกับงบการตลาดจนแย่งส่วนแบ่งลูกค้าไปได้หม

ให้ระบบช่วย "เฝ้าระวัง" ไม่พลาดทุกการอัปเดตจากราชกิจจาฯ

การติดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจให้ครบถ้วนนั้น ไม่จำเป็นต้องคอยเข้าเว็บราชกิจจานุเบกษาทุกวัน ไม่ต้องนั่งอ่านตัวบทกฎหมายทุกมาตราด้วยตัวเองเสมอไป แต่สามารถทำได้อย่างเป็นระบบและประหยัดเวลาด้วยวิธีการเหล่านี้

1. จัดทำ “แผนที่กฎหมาย” เฉพาะกิจการ เริ่มต้นจากการวิเคราะห์โครงสร้างและกิจกรรมของธุรกิจตนเองก่อน เช่น ขนาดขององค์กร จำนวนพนักงาน มีการเก็บข้อมูลลูกค้าหรือไม่ หรืออยู่ในอุตสาหกรรมเฉพาะทางไหม เพื่อกำหนดขอบเขตเฉพาะกฎหมายที่ต้องใช้จริงๆ (เช่น กฎหมายแรงงาน, PDPA, ภาษี) การวางกรอบที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เราไม่ต้องเสียเวลากับข้อบังคับที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเรา

2. ใช้ระบบติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance Tracking System) เปลี่ยนจากการค้นหาข้อมูลแบบแมนนวล มาเป็นการใช้เทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มที่ช่วยมอนิเตอร์การอัปเดตจากราชกิจจานุเบกษา หรือระบบที่สามารถแปลงข้อกฎหมายใหม่ๆ ออกมาเป็น Checklist ให้ทีมงานสามารถกดตรวจสอบ (Audit) สถานะการทำงานของบริษัทได้แบบเรียลไทม์

3.ใช้ระบบเข้ามาช่วยลดต้นทุนและเวลา แม้บริษัทจะมีที่ปรึกษากฎหมาย นักกฎหมาย หรือฝ่าย Compliance อยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าการติดตามและสรุปข้อกฎหมายใหม่ๆ ด้วยกำลังคนนั้นใช้เวลานานและไม่คุ้มค่า การเปลี่ยนมาใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการ จะช่วยประหยัดต้นทุน ลดระยะเวลา และคุ้มค่ากว่าการใช้คนเพียงอย่างเดียว

4. ติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูก “ย่อย” มาแล้ว  ภาษาทางกฎหมายมักมีความซับซ้อน การทำความเข้าใจผ่านตัวอักษรยาวๆ อาจทำให้คลาดเคลื่อนได้ง่าย การเลือกติดตามแหล่งข้อมูล สำนักงานกฎหมาย หรือบริการอัปเดตข่าวสารที่นำประเด็นยากๆ มาสรุปเป็น Infographic หรือแผนภาพที่อ่านง่าย จะช่วยให้ทั้งผู้บริหารและพนักงานทำความเข้าใจประเด็นสำคัญและนำไปปรับใช้ได้ทันที

KN Inter Law ร่วมกับ LawMai Compliance เตรียมเปิดตัว "บริการรายงานความเคลื่อนไหวและแจ้งเตือนกฎหมายธุรกิจ" เร็วๆนี้

ยกระดับการทำงานขององค์กรคุณด้วย "ระบบแจ้งเตือนกฎหมายใหม่" สนใจทดลองใช้หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม? แอด LINE หาเราตอนนี้ เพื่อรับ "ส่วนลดพิเศษ" หรือหากต้องการอัปเดตข่าวสารกฎหมายใหม่ๆ ฟรี สามารถกดติดตามได้ที่เพจ Facebook

error: Content is protected !!